“ รหัสลับสลับเลข “
มายากลชุดนี้มีต้นแบบมาจากรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อภาษาไทยว่า “ฉลาดสุดๆ” ทางช่อง 9 อสมท. คืนวันพฤหัสบดี แต่นานมากแล้ว จำวันที่ออกอากาศไม่ได้ โดยจะใช้การคำนวณขั้นพื้นฐานมาสร้างเป็นรหัสลับที่ดูเหมือนจะมีความซับซ้อน แต่นักมายากลคณิตศาสตร์สมัครเล่น ก็สามารถไขปริศนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
นักมายากล ให้ผู้ชมเลือกจำนวนที่มีค่าไม่เกิน 100 ไว้ในใจหนึ่งจำนวน และตัวเลขทั้งสองหลักต้องไม่ซ้ำกัน เช่นเลือก 1 ได้ เพราะเมื่อเขียนเป็นสองหลักจะหมายถึง 01 แต่เลือก 22 ไม่ได้ เพราะตัวเลขซ้ำกัน
เมื่อผู้ชมเลือกจำนวนได้แล้ว นักมายากลบอกให้ผู้ชมสลับที่ตัวเลขทั้งสอง คือเปลี่ยนตัวเลขในหลักหน่วยไปอยู่ในหลักสิบ และเอาตัวเลขในหลักสิบไปไว้ในหลักหน่วย เช่น จำนวนที่เลือก คือ 47 ให้สลับที่ตัวเลขได้จำนวนใหม่เป็น 74
นักมายากลบอกให้ผู้ชมหาผลต่างของจำนวนทั้งสอง โดยให้จำนวนที่มีค่ามากกว่าเป็นตัวตั้ง แล้วลบออกด้วยจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า และจำคำตอบที่ได้เอาไว้ หรือจะเขียนเพื่อกันลืมก็ได้ แต่อย่าให้นักมายากลเห็นเป็นอันขาด เช่น เลือก 47 สลับที่ได้เป็น 74 ดังนั้นหาผลต่างได้ดังนี้ 74 – 47 = 27 จำคำตอบ 27 ไว้ในใจ
เมื่อผู้ชมหาผลต่างเรียบร้อยแล้ว นักมายากลหยิบกระดาษรหัสลับขึ้นมา 1 แผ่น และส่งให้ผู้ชมดูว่าจำนวนที่เป็นคำตอบนั้นตรงกับตัวอักษรใด นักมายากลรับกระดาษรหัสลับคืน หลับตาทำสมาธิ 2 – 3 วินาที และเมื่อลืมตาขึ้นก็บอกตัวอักษรตัวนั้นได้ถูกต้อง
( ผู้ชมปรบมือแสดงความชื่นชม นักมายากลคำนับผู้ชม จบการแสดงมายากลชุด รหัสลับสลับเลข )
เช่น จำนวน 4,503.217 สามารถเขียนกระจายตามหลักได้ดังนี้
4,503.217 = ( 4 x 103 ) + ( 5 x 102 ) + ( 0 x 101 ) + ( 3 x 100 ) + ( 2 x 10–1 ) + ( 1 x 10–2 ) + ( 7 x 10–3 )
= 4000 + 500 + 0 + 3 + 0.2 + 0.01 + 0.007
กลับมาที่การแสดงมายากล สมมุติว่าผู้ชมเลือกจำนวนเลขสองหลัก คือ AB โดยที่ A และ B ไม่ใช่ตัวเลขตัวเดียวกัน เพราะไม่ให้ใช้จำนวนที่มีตัวเลขซ้ำกัน
เมื่อเขียนกระจายตามหลักจะได้ AB = ( A x 101 ) + ( B x 100 )
= 10A + B
และเมื่อมีการสลับตำแหน่งจะได้เป็นจำนวน BA
ดังนั้น BA = 10B + A
ดังนั้น BA = 10B + A
ต่อไปให้หาผลต่างของจำนวนทั้งสอง ซึ่งหมายความว่าให้นำจำนวนที่มีค่ามากกว่าเป็นตัวตั้งแล้วลบออกด้วยจำนวนที่มีค่าน้อยกว่า
กรณีที่ 1 ถ้า AB มีค่ามากกว่า BA ( เช่น 52 มีค่ามากกว่าจำนวนที่สลับที่ คือ 25 )
จะได้ผลต่าง = AB – BA
= ( 10A + B ) – ( 10B + A )
= 10A + B – 10B – A
= 9A – 9B
= 9 ( A – B )
กรณีที่ 2 ถ้า AB มีค่าน้อยกว่า BA ( เช่น 39 มีค่าน้อยกว่าจำนวนที่สลับที่ คือ 93 )
จะได้ผลต่าง = BA – AB
= ( 10B + A ) – ( 10A + B )
= 10B + A – 10A – B
= 9B – 9A
= 9 ( B – A )
จากทั้งสองกรณีจะเห็นได้ว่าค่าของผลต่างเป็นพหุคูณของ 9 หรือก็คือค่าของผลต่างที่ได้ต้องมี 9 เป็นตัวคูณอยู่ด้วยเสมอ ในขณะที่ค่าของ A – B หรือ B – A สามารถเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 9 แสดงว่าผลต่างที่ได้จะต้องเป็นเพียงค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้เท่านั้น คือ 9 , 18 , 27 , 36 , 45 , 54 , 63 , 72 หรือ 81
ดังนั้นในการสร้างแผ่นรหัสลับ ตัวอักษรที่จะเขียนอยู่กับตัวเลข 9 , 18 , 27 , 36 , 45 , 54 , 63 , 72 หรือ 81 ต้องเป็นตัวอักษรตัวเดียวกัน ซึ่งนักมายากลจะสามารถทายตัวอักษรได้ทันที แต่ต้องสร้างแผ่นรหัสลับที่ไม่ให้ผู้ชมสังเกตพบลักษณะพิเศษนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องแสดงซ้ำหลายครั้งก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำแผ่นรหัสลับที่แตกต่างกันออกไปหลายๆ แบบ
ที่มา: http://mathsfree4u.blogspot.com/2012/09/2.html 30/08/56
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น